51.วิธีฝึกลูกให้อดทนรอคอย
อเลอไทด์>ศูนย์รวบรวมข้อมูลเด็กสมาธิสั้น
วิธีฝึกลูกให้อดทนรอคอย
อาการ "รอไม่เป็น" เป็นอาการหนึ่งของเด็กสมาธิสั้นที่สร้างความปวดหัวให้กับพ่อแม่และคนรอบตัวได้บ่อย เนื่องจากเด็กสมาธิสั้นมักใจร้อน อยากได้อะไรต้องได้เดี๋ยวนั้น เพื่อตอบสนองความอยากในทันที (instant gratification) หรือเรียกว่าขาดทักษะ "ชะลอความพึงพอใจ" (delayed gratification) ซึ่งเป็นทักษะที่ได้รับการยืนยันด้วยงานวิจัยจำนวนมากกว่ามีความสัมพันธ์กับความสำเร็จในอนาคตของเด็ก (อ่านเพิ่มเติมใน google หรือดูคลิปใน youtube ด้วยการค้นหาคำว่า Marshmallow Test)
การเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบันด้วย smartphone, tablet หรือ การที่เด็กถูกหล่อหลอมด้วยการเติบโตขึ้นมาท่ามกลาง life style ที่แข่งกับเวลาและมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เหล่านี้ล้วนบั่นทอนหรือริดลอนโอกาสของเด็กที่จะถูกฝึกให้รู้จักอดทนรอคอย
การจะฝึกเด็กให้รู้จักอดทนรอคอยไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกับพ่อแม่ที่ไม่เคยถูกฝึกหรือฝึกตัวเองให้มีทักษะนี้มาก่อน ลองมาดูกันว่ามีเทคนิคอะไรบ้างที่จะฝึกเด็กสมาธิสั้นให้รอคอยเป็น
1. ใช้อุปกรณ์ที่ช่วยให้เด็กมองเห็นเวลาเป็นภาพได้ชัดเจน หรือสัญญาณเสียง ที่จะมาช่วยเป็นตัวบอกว่าเค้าต้องรอนานแค่ไหน อยา่งที่หมอเคยเขียนไปแล้วในโพสต์ก่อนหน้านี้ว่า เด็กสมาธิสั้นจะมี "ความบอดด้านเวลา หรือ time blindness" เด็กจะไม่เข้าใจ concept ของเวลา นั่นคือ เค้าจะไม่รู้ว่าการที่ต้องรออีกห้านาทีหรือสิบนาทีนี่มันนานแค่ไหน ดังนั้นหากจะฝึกให้เด็กรอคอยเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กเล็กๆ พ่อแม่ต้องใช้อุปกรณ์อย่างเช่น นาฬิกาทราย นาฬิกา cooking timer หรือใช้ app Time Timer หรือ Visual Timer เปิดให้เด็กดู ให้เค้าเห็นเวลาเป็นภาพ การเปิดเพลงให้เด็กฟังขณะที่ให้เด็กรอ แล้วบอกว่าเด็กจะได้ในสิ่งที่ต้องการเมื่อเพลงจบ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ได้ สำหรับเด็กที่นับเป็นแล้ว อาจใช้วิธีให้เด็กนับไปถึงตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งที่เด็กสามารถนับได้ระหว่างให้เด็กรอคอย
2. หลีกเลี่ยงการซื้อของเล่น หรือของอะไรก็ตามที่เด็กอยากได้ (ที่ไม่ใช่สิ่งของจำเป็น) ให้เด็กแบบง่ายๆ หรือซื้อให้ทันทีที่เด็กร้องขอ พยายามฝึกให้เด็กรู้ประโยชน์ของการรอคอย เช่น "ถ้าหนูรออีก 1 อาทิตย์ หนูจะได้ตุ๊กตาตัวใหญ่กว่านี้" "ถ้าหนูรอได้ถึงเดือนหน้า แม่จะซื้อให้หนูสองชิ้น" ใช้ปากกาแดงกากบาทให้เห็นชัดเจนว่าวันที่จะได้ของเป็นวันไหนบนปฏิทิน
3. ของเล่นบางอย่างไม่จำเป็นต้องซื้อให้ก็ได้ แต่มันจะสนุกกว่ามาก เจ๋งกว่ามาก ถ้าพ่อแม่สามารถพาลูกประดิษฐ์ของเล่นขึ้นมาเองจากวัสดุเหลือใช้ พ่อแม่คงเดาได้ใช่มั้ยครับว่าเด็กที่เล่นของเล่นที่ได้จากการซื้อมาตลอดเวลา กับเด็กที่เล่นของเล่นที่ได้จากการประดิษฐ์ขึ้นมาเอง ใครจะมีความภาคภูมิใจในตัวเองมากกว่ากัน และใครจะมีทักษะการรอคอยมากกว่ากัน หมอเองพบอยู่บ่อยๆ ว่าเด็กที่ประดิษฐ์ของเล่นขึ้นมาเองจะมีจินตนาการดีกว่า รู้จักถนอมและเห็นคุณค่าของของเล่นที่เค้าประดิษฐ์ขึ้นมาเองมากกว่า
4. พ่อแม่ควรหาเวลาเล่นเกมกระดาน (board game) ที่เหมาะกับอายุและพัฒนาการของเด็ก กับเด็กบ่อยๆ เนื่องจาก board game ส่วนใหญ่ต้องเล่นกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ดังนั้นผู้เล่นจึงต้องผลัดกันเล่น (take turn) เด็กจะถูกฝึกให้รอคอยในขณะที่เป็นตาของอีกฝ่าย นอกจากนี้การละเล่นไทยหลายชนิดเป็นการเล่นที่ฝึกทักษะการรอคอยได้เป็นอย่างดี รวมถึงส่งเสริมพัฒนาการด้านอื่นๆ ที่สำคัญด้วย เช่น พัฒนาการด้านสังคม ด้านภาษา ด้านกล้ามเนื้อ ฯลฯ
5. หลีกเลี่ยงการให้เด็กเล่น smartphone, tablet เป็นเวลานานๆ หรืออยู่กับหน้าจอตามลำพัง อุปกรณ์เหล่านี้เป็นตัวฝึกให้เด็กอยู่กับอะไรที่ตอบสนองเร็วๆ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการฝึกทักษะการรอคอย นอกจากการเล่นในข้อ 3 และ ข้อ 4 แล้ว การฟังนิทาน การอ่านหนังสือ การทำงานศิลปะ ล้วนเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะการรอคอยได้ทั้งสิ้น
6. ระยะเวลาที่จะให้เด็กรอจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับวัย และสถานการณ์ที่ต้องรอ เด็กเล็กๆ เริ่มฝึกใหม่ๆ อาจให้รอเป็นวินาทีแล้วเพิ่มเป็นนาที โตขึ้นมาหน่อยอาจฝึกให้รอเป็นนาทีถึงชั่วโมง เด็กวัยเรียนอาจฝึกให้รอได้เป็นวัน หลักการคือ เริ่มจากให้รอระยะสั้นแล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาการรอคอยให้นานขึ้น ระหว่างการรอคอย พ่อแม่ควรฝึกให้เด็กรู้จัก "เบี่ยงเบน" จากความทรมานที่ต้องอดทนรอ เช่น การนับ การมองสิ่งแวดล้อมรอบตัว การเล่นเกม puzzle การทายอะไรเอ่ย ฯลฯ และสุดท้ายอย่าลืมชมเด็กเมื่อเด็กสามารถรอคอยได้
ใครมีประสบการณ์หรือเทคนิคดีๆ ในการฝึกลูกให้รู้จักการรอคอย อยากให้ลองมาแชร์กันครับ
============================
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
หมอชาญวิทย์
🎗ด้วยความหวังดีจาก
ศูนย์สมาธิดี อเลอไทด์ป้องกันเด็กสมาธิสั้น สร้างเด็กเรียนเก่ง
อเลอไทด์ Alertide ทางเลือกใหม่ในการดูแล "เด็กวัยเรียน"
"อเลอไทด์" ไม่ใช่ยานะคะ...ส่วนประกอบหลักของ อเลอไทด์ คือ สารสกัดจากพืชพรมมิ ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าใช้แล้วเห็นผลดีในเด็กสมาธิสั้น เด็กแอลดี ช่วยในการเพิ่มสมาธิ จดจ่อได้นานขึ้น เพิ่มความจำ ทำให้มีความสามารถในการเรียนรู้ดีขึ้น และลดอารมณ์หงุดหงิดได้เป็นอย่างดี เป็นสารอาหารที่ได้จากธรรมชาติมากกว่า10 ชนิด ที่สามารถใช้เป็นอาหารบำรุงสมอง ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และปลอดภัย 100%
ทำไม?..ครอบครัวส่วนใหญ่ มั่นใจใช้...
อเลอไทด์ Alertide











ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น