1. ลูกอาการแบบไหน เสี่ยงสมาธิสั้น

 อเลอไทด์  ศูนย์รวบรวมข้อมูลเด็กสมาธิสั้น

อาการเด็กสมาธิ

ก. อาการขาดสมาธิ (Attention Deticit) โดยเด็กจะมีอาการดังต่อไปนี้

1. ไม่สามารถทำงานที่ครูหรือพ่อแม่สั่งจนเส็จ
2. ไม่มีสมาธิขณะทำงานหรือเล่น
3. ดูไม่ค่อยฟังเวลาพูด
4. ไม่สามารถตั่งใจฟัง และเก็บรายละเอียดได้ ทำให้ทำงานผิดพลาดบ่อย
5. ไม่ค่อยเป็นระเบียบ
6. มีปัญหาหรือพยายามหลีกเลี่ยงงานที่ต้องใช้ความคิด หรือ สมาธิ
7. วอกแวกง่าย
8. ทำของใช้ส่วนตัวหรือของใช้ที่จำเป็นสำหรับงาน หรือเรียน หายอยู่บ่อยๆ
9. ขี้ลืมบ่อย

ข. อาการซนอยู่ไม่นิ่ง (Hyperactivit) อาการหุนหันพลันแล่น วู่วาม (lmpulsivity) โดยเด็กจะมีอาการดังต่อไปนี้

1. ยุกยิก อยู่ไม่สุข
2. นั่งไม่ติดที่ ลุกเดินบ่อยๆ ขณะที่อยู่บ้านหรือในห้องเรียน
3. ชอบวิ่ง หรือปีนป่ายสิ่งต่างๆ
4. พูดมาก พูดไม่หยุด
5. ชอบเล่นเสียงดัง
6. ตื่นตัวตลอดเวลา หรือดูตื่นเต้นง่าย
7. ชอบโพล่งคำตอบเวลาครูหรือพ่อแม่ถาม โดยที่ยังฟังคำถามไม่จบ
8. รอคอยไม่เป็น
9. ชอบขัดจังหวะ หรือสอดแทรกเวลาผู้อื่นกำลังพูดอยู่

พ่อ-แม่ อย่าปล่อยผ่าน หากเด็กมีลักษณะอาการทั่งข้อ ก และข้อ ข รวมกัน มากกว่า 6 อาการขึ้นไปก็ มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะเป็นสมาธิสั้น

สมาธิสั้น เป็นสภาวะบกพร่อง ในการทำหน้าที่ของสมองที่มี   อาการหลัก เป็นการผิดปกติด้านพฤติกรรม ใน 3 ด้านได้แก่

 1. ขาดสมาธิที่ต่อเนื่อง
 2. ซนมากกว่าปกติ หรือไม่นิ่ง
 3. ขาดการยั่งคิด หรือหุนหันพลันแล่น

โดยเริ่มแสดงออกอาการตั้งแต่ ในวัยเด็ก และส่วนใหญ่ มักเป็นต่อเนื่องไปจนถึงวัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ ในประเทศไทย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณะสุข ปี2555 พบว่า เด็กไทยมีความชุกของ โรคสมาธิสั้น ร้อยละ 6.5 นั้นหมายถึงแต่ละชั้นเรียน ที่มีเด็กนักเรียน 40-50 คน จะมีเด็กสมาธิสั้นรวมอยู่ด้วย ถึง 2-3 คน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ที่มีเทคโนโลยี และสิ่งเร้ารอบตัวมากมาย อาจทำให้จำนวนของกลุ่มเด็กที่เป็นสมาธิสั้น รวมไปถึงกลุ่มที่มีความเสี่ยง มีเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
เด็กที่มีอาการป่วยโรคนี้หากไม่ได้รับการรักษา ร้อยละ 70 จะมีอาการจนถึงผู้ใหญ่ จะมีผลกระทบต่อเด็กทั่งในด้านการเรียน ความสัมพันธ์ในครอบครัว อาชีพ และสังคม

การรักษาทั่วไป

1. จะเริ่มจาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีการสร้างกรอบที่เหมาะสมให้กับเด็ก การย่องานโดยใช้คำสั่งที่สั้น และให้เด็กมีการทบทวนคำสั่งซ้ำ
การจัดห้องเรียน และสิ่งแวดล้อมที่โรงเรียนให้เหมาะสมกับเด็ก เช่น ให้เด็กนั่งเรียนแถวหน้าสุด ใกล้โต๊ะครู

2. คุณพ่อคุณแม่ ช่วยปรับพฤติกรรมของลูก ซึ่งการดูแลเบื่องต้นง่ายๆ เช่นกัน งดเลี้ยงลูกด้วยอุปกรณ์ เทคโนโลยี หลีกเลี่ยงการให้ลูกอายุน้อยกว่า 2 ขวบ ดูโทรทัศ เล่นเกมส์ หรือเล่นคอมพิวเตอร์ ถ้าอายุมากกว่า 2 ขวบอณุญาติให้เล่นได้ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงสำหรับทุกจอ

3. ถ้าลูกมีอาการค่อนข้างมาก ให้พาไปปรึกษาแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำ
ลองตรวจเช็คกันดูนะครับ หากลูกรักเข้าข่าย จะได้รีบช่วยดูแล และรักษา ได้อย่างถูกวิธี เพราะการดูแลเลี้ยงดู เด็กในกลุ่มนี้ ต้องอาศัยความเข้าใจ และการดูแลที่พิเศษ เพื่อคนที่คุณรัก จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เป็นอนาคตของชาติต่อไป

น้องปาล์มมี่ ก่อนทานอเลอไทด์  คุณแม่เล่าว่าน้อง ชอบงอแง่ เอาแต่ใจ ไม่ชอบไปโรงเรียน ไม่ชอบอ่านหรือเรียนหนังสือ ครูก็บอกว่าน้องไม่ค่อยนิ่ง  จนมาได้ทานอเลอไทด์ ควบคู่กับการปรับเปลี่ยน การเลี้ยงดูตามที่ได้รับคำแนะนำ ติดต่อกันได้ 2 เดือนน้องทราย ก็เริ่มพฤติกรรมดีขึ้นอย่างชัด เจน
น้องยุ้ย เรียนเยอะ ต้องการบำรุงสมอง ปกติอ่านชอบอ่านหนังสือ แต่ไม่ค่อยจำ เวลาเรียนค่อนข้างเข้าใจยาก ทานสินค้าบำรุงสมองมาหลายยี่ห้อ ไม่ดี จนคุณแม่ได้เจอสินค้าอเลอไทด์ ทางอินเตอร์เน็ต จาก เว็บอเลอไทด์ สร้างเด็กเรียนเก่ง ได้สั่งซื้อให้น้องยุ้ยทาน หลังจากได้เพียง 1 เดือนแรก น้องก็มีการเปลียนแปลงที่ดีขึ้น ความจำดีขึ้น ชอบการเรียนรู้ เข้าใจง่าย ผลการเรียนดีขึ้นมากกว่าเดิม
น้องต้น ต้องการบำรุงสมองเพิ่มความจำ หลังจากได้ทานอเลอไทด์ ทานเช้า 1 เม็ดก่อนไปโรงเรียน อาทิตย์แรกก็รู้สึกว่าความจำดีขึ้น มีสมาธิในการเรียนรู้ที่ดีขึ้น อย่ารู้สิ่งใหม่ๆมากขึ้น เมื่อก่อนผลการเรียน 2.5 น้อยมาก เลยตั่งเป้าว่าเทอมหน้าจะต้องได้ 3.5 ผลปรากฎออกมาเป็นที่หน้าพอใจมาก ได้เกรด 3.6 น้องต้นบอกชอบอเลอไทด์มาก

อเลอไทด์ ผ่านการผลิตจากโรงงานมาตรฐานเดียวกับการผลิตยา คลิ๊กชมวีดีโอ


มั่นใจ สั่งซื้อกับร้านเรา ได้ของแท้ 100 %

จัดส่งทุกวัน พร้อมบริการเก็บเงินปลายทาง

ปลอดภัย ไร้กังวล

รับสินค้าแล้ว ค่อยชำระเงิน




ความคิดเห็น